การศึกษาธุรกิจแฟรนไชส์ต่างประเทศเทียบกับธุรกิจในประเทศไทย

Jollibee จากฟิลิปปินส์ และ MK Suki จากประเทศไทย

ดร.พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์

“จุดกำเนิด” ของแบรนด์

จะช่วยให้เห็นรากฐานความคิด วิธีเติบโต และดีเอ็นเอขององค์กรได้ชัดเจนยิ่งขึ้น กรณีของ Jollibee จากฟิลิปปินส์ และ MK Suki จากประเทศไทย ถือเป็นตัวอย่างคลาสสิกของธุรกิจอาหารที่ประสบความสำเร็จในระดับประเทศ และพัฒนาไปสู่ระบบสาขาขนาดใหญ่ แต่มีเส้นทางการก่อตั้งและแนวคิดตั้งต้นที่แตกต่างกันอย่างน่าสนใจ

Jollibee เริ่มต้นในปี ค.ศ.1975 จากร้านไอศกรีมเล็ก ๆ ในกรุงมะนิลา โดย โทนี่ ตัน คักเตียง (Tony Tan Caktiong) ผู้ก่อตั้งมองเห็นพฤติกรรมผู้บริโภคชาวฟิลิปปินส์ที่ให้ความสำคัญกับ “รสชาติที่อิ่มและถูกปาก” มากกว่าความเป็นสากลแบบตะวันตก เมื่อธุรกิจไอศกรีมเริ่มเผชิญการแข่งขันสูง เขาจึงปรับโมเดลสู่ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด เพิ่มเมนูไก่ทอด สปาเกตตีรสหวาน และเบอร์เกอร์ที่พัฒนารสชาติให้สอดคล้องกับลิ้นคนท้องถิ่น นี่คือจุดตั้งต้นสำคัญที่ทำให้ Jollibee ไม่ได้พยายามเป็น McDonald’s เวอร์ชันฟิลิปปินส์ แต่เลือกสร้าง “แบรนด์ชาติ” ที่สะท้อนตัวตนผู้บริโภคของประเทศตนเองตั้งแต่วันแรก

ในทางกลับกัน MK Suki ก่อตั้งในปี พ.ศ.1962 โดยคุณทองคำ เมฆโต จากร้านอาหารเล็ก ๆ ที่เน้นเมนูสุกี้แบบจีนกวางตุ้งในกรุงเทพฯ จุดเด่นในยุคแรกไม่ได้อยู่ที่การขยายสาขา แต่เป็นการสร้างมาตรฐานคุณภาพอาหาร บริการ และบรรยากาศร้านให้เหมาะกับครอบครัวไทย MK ค่อย ๆ ปรับภาพลักษณ์จากร้านอาหารท้องถิ่นไปสู่ร้านอาหารสำหรับครอบครัวระดับกลางถึงบน และวางรากฐานระบบการบริหารแบบมืออาชีพก่อนเข้าสู่ยุคการเติบโตแบบเชนในเวลาต่อมา

เมื่อมองเชิงวิเคราะห์ จะเห็นว่า Jollibee เกิดจาก “ผู้ประกอบการเชิงโอกาส” (opportunity-driven entrepreneur) ที่ปรับตัวเร็ว ใช้ตลาดเป็นตัวนำ และกล้าท้าทายแบรนด์ต่างชาติ ขณะที่ MK Suki เกิดจาก “ผู้ประกอบการเชิงคุณค่า” (value-driven entrepreneur) ที่เน้นความมั่นคง คุณภาพ และความยั่งยืนในระยะยาว ทั้งสองแนวทางต่างประสบความสำเร็จ แต่ให้บทเรียนที่แตกต่างต่อการพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ในบริบทอาเซียน

“ช่วงเปลี่ยนผ่านผู้นำ” ขององค์กร

กรณีของ Jollibee และ MK Suki จะเห็นภาพที่ชัดขึ้นมากเมื่อพิจารณา “ช่วงเปลี่ยนผ่านผู้นำ” ขององค์กร โดยเฉพาะ MK ซึ่งไม่ได้เติบโตจากผู้ก่อตั้งเพียงคนเดียว แต่เกิดจากการสานต่อและยกระดับธุรกิจอย่างเป็นระบบในรุ่นถัดมา Jollibee เริ่มต้นในปี ค.ศ.1975 จากร้านไอศกรีมเล็ก ๆ ในกรุงมะนิลา โดย Tony Tan Caktiong ผู้ก่อตั้งซึ่งมองเห็น pain point ของผู้บริโภคฟิลิปปินส์ตั้งแต่ต้นว่า อาหารตะวันตกแบบดั้งเดิมยังไม่ตอบโจทย์รสนิยมท้องถิ่น เขาจึงปรับเมนูและโมเดลธุรกิจอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ช่วงก่อตั้ง การเติบโตของ Jollibee ในระยะแรกจึงสะท้อนความเป็นผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนด้วยตลาดและการทดลองอย่างต่อเนื่อง เป็นการพัฒนาการเติบโตโดยเจ้าของผู้ก่อตั้งเป็นหลัก

MK Suki ธุรกิจเริ่มต้นตั้งแต่ปี พ.ศ.1962 โดยคุณทองคำ เมฆโต จากร้านอาหารสุกี้ขนาดเล็กในกรุงเทพฯ จุดเด่นของยุคผู้ก่อตั้งคือความใส่ใจในคุณภาพวัตถุดิบ รสชาติ และการบริการ ซึ่งสร้างฐานลูกค้าครอบครัวไทยอย่างมั่นคง แต่จุดเปลี่ยนที่สำคัญของ MK เกิดขึ้นเมื่อธุรกิจถูกพัฒนาต่อโดย ฤทธิ์ ธีระโกมล ซึ่งเข้ามายกระดับกิจการจาก “ร้านอาหารที่ดี” ไปสู่ “องค์กรร้านอาหารแบบเชน” อย่างแท้จริง

บทบาทของคุณฤทธิ์ไม่ใช่เพียงการขยายสาขา แต่คือการวางระบบบริหารจัดการสมัยใหม่ การสร้างมาตรฐานปฏิบัติการ การลงทุนด้านซัพพลายเชน ครัวกลาง และการบริหารแบรนด์ในระยะยาว ทำให้ MK เติบโตอย่างมีวินัยและสามารถรักษาคุณภาพได้แม้จำนวนสาขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การสืบทอดธุรกิจของ MK จึงเป็นตัวอย่างสำคัญของธุรกิจครอบครัวไทยที่เปลี่ยนผ่านจากรุ่นผู้ก่อตั้งสู่ผู้บริหารมืออาชีพได้อย่างราบรื่น

เมื่อเปรียบเทียบเชิงวิเคราะห์ จะเห็นว่า Jollibee แข็งแรงตั้งแต่จุดเริ่มต้นด้วยวิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้งที่ขับเคลื่อนด้วยตลาด ขณะที่ MK แข็งแรงจาก “การต่อยอด” ผ่านการเปลี่ยนบทบาทผู้นำ ซึ่งช่วยปลดล็อกศักยภาพของธุรกิจให้เติบโตในระดับองค์กร ทั้งสองกรณีจึงสะท้อนรูปแบบความสำเร็จที่ต่างกัน แต่ล้วนให้บทเรียนสำคัญต่อการพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ในเอเชีย

ตารางเปรียบเทียบต่อไปนี้สรุปประเด็นด้านประวัติการก่อตั้งและการพัฒนาธุรกิจผ่านผู้นำแต่ละช่วงได้อย่างชัดเจน

ประเด็นเปรียบเทียบ Jollibee (ฟิลิปปินส์) MK Suki (ประเทศไทย)
ปีที่ก่อตั้ง ค.ศ.1975 พ.ศ.1962
ผู้ก่อตั้ง Tony Tan Caktiong ทองคำ เมฆโต
จุดเริ่มต้นธุรกิจ ร้านไอศกรีม ร้านอาหารสุกี้
ผู้นำช่วงพัฒนาองค์กร ผู้ก่อตั้งขับเคลื่อนเอง ฤทธิ์ ธีระโกมล (รุ่นถัดมา)
ลักษณะการเติบโตช่วงต้น ทดลองตลาด ปรับตัวเร็ว ค่อยเป็นค่อยไป สร้างฐานคุณภาพ
จุดเปลี่ยนสำคัญ สร้างแบรนด์ชาติ แข่งกับแบรนด์ตะวันตก วางระบบเชน บริหารแบบมืออาชีพ
บทเรียนเชิงแฟรนไชส์ เข้าใจผู้บริโภคท้องถิ่นคือหัวใจ ระบบและผู้นำรุ่นต่อไปคือกุญแจการเติบโต
แนวคิดตั้งต้น ปรับเมนูตามรสนิยมท้องถิ่น สร้างแบรนด์ชาติ เน้นคุณภาพอาหาร บริการ และครอบครัว
รูปแบบการเติบโตช่วงแรก ทดลองตลาด ปรับโมเดลเร็ว ค่อยเป็นค่อยไป สร้างมาตรฐานก่อนขยาย
กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเริ่มต้น ครอบครัวชนชั้นกลาง-ล่าง ครอบครัวชนชั้นกลาง
บทบาทของแบรนด์ สัญลักษณ์ความภูมิใจของชาติ แบรนด์ครอบครัวไทยที่เชื่อถือได้

 

การมองประวัติของทั้งสองแบรนด์ในมิตินี้ ทำให้เห็นชัดว่าความสำเร็จของธุรกิจแฟรนไชส์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ใครเริ่มก่อน” แต่ขึ้นอยู่กับว่าองค์กรสามารถพัฒนาและเปลี่ยนผ่านผู้นำได้ดีเพียงใด ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการวิจัยเชิงวิเคราะห์ธุรกิจแฟรนไชส์ทั้งในและต่างประเทศ

จากจุดกำเนิดเพียงอย่างเดียว จะเห็นว่าธุรกิจแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นเหมือนกัน กรณีศึกษา Jollibee สอนให้เห็นพลังของการเข้าใจผู้บริโภคเชิงลึกและการกล้าสร้างอัตลักษณ์ระดับประเทศ ส่วน MK Suki สะท้อนบทเรียนเรื่องความอดทน การวางระบบ และการเติบโตอย่างมีวินัย ซึ่งทั้งสองกรณีล้วนเป็นฐานสำคัญสำหรับการต่อยอดสู่การวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์และการขยายสาขาในระดับนานาชาติในลำดับถัดไป

 

การวิเคราะห์ความแตกต่าง

การทำแฟรนไชส์ กับการขยายสาขาเองอยางเดียว ทำให้อัตราการเติบโตแตกต่าง

การเปิดสาขาในเฉพาะแต่ในห้างของเอ็มเค แต่การกระจายสาขาลงพื้นที่อื่นไม่จำกัดของ Jollibee ทำให้สาขาครอบคลุมตลาดมากกว่า

ระยะเวลาการผลักดันเข้า ตลาดหลักทรัพย์ ของธุรกิจ

การสร้างรูปแบบการตลาดที่เป็นสากลต่อเนื่องของทั้งสองแบรนด์