ดร.พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์

การคิดวางแผนธุรกิจปัจจุบันอาจจะไม่จำเป็นต้องวางแผนในระยะยาวๆ เพราะสิ่งแวดล้อมองค์ประกอบธุรกิจเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและบางทีเร็วกว่าธุรกิจของเราเอง หรือเร็วกว่าเราคิดไว้เสียอีก แต่คำว่าคิดยาว ไม่ใช่การวางแผนระยะยาว แต่เป็นสามัญสำนึกของธุรกิจที่จะต้องมองภาพให้ธุรกิจมีความมั่นคงให้มากที่สุด ด้วยความสามารถที่ยืดหยุ่นได้ไม่ว่า สิ่งแวดล้อมทางธุรกิจจะเปลี่ยนไป

การคิดยาว หรือการคิดสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจ

ในโลกธุรกิจปัจจุบัน คำว่า “คิดใหญ่” มักถูกใช้คู่กับความทะเยอทะยาน การเติบโตอย่างรวดเร็ว การขยายสาขา การเพิ่มยอดขาย และการครองตลาด แต่ในความเป็นจริง การคิดใหญ่ไม่ได้หมายความว่าเรากำลังคิดยาวเสมอไป และในหลายกรณี การคิดใหญ่โดยไม่คิดยาว อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความเปราะบางทางธุรกิจโดยที่เจ้าของกิจการไม่รู้ตัว

สภาพแวดล้อมทางธุรกิจในวันนี้เปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่าในอดีตมาก เทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค ต้นทุน แรงงาน กติกาทางกฎหมาย ไปจนถึงภูมิรัฐศาสตร์ ล้วนขยับเร็วกว่าแผนธุรกิจแบบเดิมที่เคยวางกันไว้เป็นปี ๆ บางครั้งโลกเปลี่ยนเร็วกว่าธุรกิจของเรา และเร็วกว่าที่ผู้บริหารคาดคิดเสียอีก ในบริบทเช่นนี้ การวางแผนระยะยาวแบบตายตัว 5 ปี 10 ปี อาจไม่ใช่คำตอบของการบริหารธุรกิจอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม การไม่วางแผนระยะยาว ไม่ได้แปลว่าไม่ต้อง “คิดยาว” เพราะการคิดยาวในความหมายของธุรกิจ ไม่ใช่เรื่องของระยะเวลาในแผน แต่คือ “สามัญสำนึกของความยั่งยืน” ว่าธุรกิจควรถูกออกแบบมาให้มั่นคง รับแรงกระแทกได้ และปรับตัวได้ ไม่ว่าสิ่งแวดล้อมจะเปลี่ยนไปในทิศทางใด

การคิดยาวจึงไม่ใช่การทำนายอนาคตให้แม่น แต่คือการยอมรับว่าอนาคตไม่แน่นอน และเตรียมธุรกิจให้พร้อมรับความไม่แน่นอน การคิดยาวคือการตั้งคำถามว่า หากรายได้ผันผวน ธุรกิจเราจะอยู่ได้หรือไม่ หากต้นทุนเปลี่ยน โครงสร้างเรายืดหยุ่นพอหรือเปล่า หากพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยน โมเดลธุรกิจเราปรับได้เร็วแค่ไหน

ธุรกิจที่คิดยาวจะให้ความสำคัญกับโครงสร้างมากกว่าความหวือหวา ให้ความสำคัญกับระบบมากกว่าความสามารถเฉพาะตัว และให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องมากกว่าความเร็วเพียงอย่างเดียว การเติบโตจึงไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด แต่เป็นผลลัพธ์ของระบบที่แข็งแรง

ในทางปฏิบัติ การคิดยาวหมายถึงการออกแบบธุรกิจให้มีความยืดหยุ่นเชิงโครงสร้าง ไม่ผูกติดกับคนใดคนหนึ่ง ไม่พึ่งรายได้จากแหล่งเดียว ไม่พึ่งลูกค้ากลุ่มเดียว และไม่ผูกความสำเร็จไว้กับสมมติฐานชุดเดียว การคิดยาวคือการรู้ว่าธุรกิจต้อง “เปลี่ยนได้” โดยไม่พัง และ “โตได้” โดยไม่เสียตัวตน

การคิดยาวยังหมายถึงการบริหารทรัพยากรอย่างมีวินัย ไม่ใช่การขยายเพราะทำได้ แต่ขยายเพราะระบบรองรับ การลงทุนไม่ใช่เพื่อภาพลักษณ์หรือความรู้สึกว่าไม่ตกเทรนด์ แต่ลงทุนเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระยะต่อไป และลดความเสี่ยงในระยะยาว

สำหรับผู้บริหาร การคิดยาวคือการตัดสินใจบนฐานของคุณภาพธุรกิจ ไม่ใช่เพียงตัวเลขระยะสั้น กำไรที่เติบโตเร็วแต่แลกกับความเสี่ยงสะสม อาจไม่ใช่กำไรที่ดีเสมอไป ในขณะที่กำไรที่ค่อยเป็นค่อยไป แต่สร้างความมั่นคงให้กระแสเงินสด ระบบงาน และทีมงาน อาจมีคุณค่ามากกว่าในระยะยาว

Think Big อาจทำให้ธุรกิจเป็นที่มองเห็นเน้นภาพลักษณ์ ปั่นกระแสสร้างความตื่นเต้นได้จริง แต่ Think Long คือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจ “อยู่รอด” และ “ยืนระยะ” ได้จริงในโลกที่เปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน ธุรกิจที่คิดยาวไม่จำเป็นต้องใหญ่ที่สุดหรือโตเร็วที่สุด แต่จะเป็นธุรกิจที่ยังยืนอยู่ได้ เมื่อคลื่นการเปลี่ยนแปลงลูกแล้วลูกเล่าซัดเข้ามา และในยุคที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ ความสามารถในการคิดยาว อาจเป็นความได้เปรียบทางธุรกิจที่มีค่ามากที่สุดอย่างหนึ่งที่ผู้บริหารควรมี

ติดต่อบรรยายได้ที่ บริษัท บิสิเนส โค้ช แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด
เลขที่ 872/10 หมู่บ้านเดอะริชเอกชัย ถนนเอกชัย
แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน กรุงเทพฯ 10150

099-615-2647 02-450-1335

contact@coachandconsulting.com