ภาพรวมธุรกิจเครื่องดื่มและแฟรนไชส์ในปี 2025

 

  1. ภาพรวมตลาดและทิศทางธุรกิจปี 2025

การเติบโตของตลาด: ธุรกิจร้านเครื่องดื่มและแฟรนไชส์ในปี 2025 (พ.ศ. 2568) ยังคงเติบโต แต่ในอัตราที่ชะลอลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่ามูลค่าตลาดรวมร้านอาหาร-เครื่องดื่มอยู่ที่ประมาณ 646,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 2.8% จากปี 2567 ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่เคยประเมินโต 4.6%

 

สาเหตุหลักมาจาก เศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวช้า ส่งผลให้กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง และ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชะลอตัว ไม่เพิ่มขึ้นตามคาดการณ์ ทำให้รายได้ภาคท่องเที่ยวหนุนธุรกิจลดลงกว่าที่หวัง นอกจากนี้ การแข่งขันสูง ในตลาดร้านอาหาร-เครื่องดื่มประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน ทำให้ผู้ประกอบการขึ้นราคาขายได้จำกัด ส่งผลกดดันต่อรายได้และกำไรในธุรกิจนี้ ผู้ประกอบการจึงระมัดระวังมากขึ้นในการขยายสาขาใหม่ โดยจะพิจารณาปัจจัยด้านต้นทุนค่าแรง ค่าเช่า และกำลังซื้อในพื้นที่เป็นสำคัญก่อนตัดสินใจลงทุนเพิ่มสาขา

 

ปัจจัยทางเศรษฐกิจและต้นทุน: ในปี 2025 เศรษฐกิจและเงินเฟ้อยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ต้นทุนดำเนินธุรกิจปรับสูงขึ้น ทั้งค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่ม (สัดส่วนราว 15% ของต้นทุน) รวมถึงค่าสาธารณูปโภคและค่าเช่าที่รวมกว่า 20% ของต้นทุน ราคาวัตถุดิบอาหารหลายรายการทรงตัวในระดับสูง เช่น ไข่ไก่ เนื้อหมูสด ปรับตัวขึ้น และวัตถุดิบนำเข้าอย่าง นมผง เนย ชีส แป้งสาลี โกโก้ เมล็ดกาแฟ แม้ราคาลดลงเล็กน้อยจากต้นปี 2568 แต่ก็ยังผันผวนสูง กลุ่มร้านเครื่องดื่มและเบเกอรี่ที่ใช้วัตถุดิบนำเข้ามีต้นทุนสูงขึ้นมาก กำไรจึงถูกบีบคั้น ผู้ประกอบการหลายรายเลือกจะ ไม่ขึ้นราคา มากนักเพื่อรักษาลูกค้า ทว่าต้องยอมรับกำไรที่บางลง

 

กลุ่มเครื่องดื่มที่ขับเคลื่อนตลาด:

แม้ภาพรวมเติบโตต่ำ แต่ยังมีกลุ่มเครื่องดื่มบางประเภทที่โดดเด่นและเป็นตัวขับเคลื่อนตลาดในปีนี้:

  • กาแฟ: ยังคงเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมและตลาดใหญ่สุด คนไทยบริโภคกาแฟเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนเฉลี่ย กว่า 340 แก้วต่อคนต่อปี (เกือบ 1 แก้วต่อวัน) ส่งผลให้มูลค่าตลาดกาแฟไทยปี 2568 พุ่งแตะ 65,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ~8.3% จากปีก่อน แม้เศรษฐกิจซบเซา   ร้านกาแฟทั้งรายใหญ่และรายย่อยผุดขึ้นจำนวนมาก ในครึ่งปีแรก 2568 มีการจดทะเบียนธุรกิจร้านกาแฟใหม่ถึง 415 ราย (เพิ่มขึ้น 8.9% YoY) สะท้อนความร้อนแรงของธุรกิจกาแฟไทย   กลุ่มเชนร้านกาแฟขนาดใหญ่ (เช่น Cafe Amazon, Starbucks) ยังคงขยายสาขาต่อเนื่องด้วยความได้เปรียบด้านแบรนด์และเงินทุน ขณะที่กาแฟสดและกาแฟ Specialty กำลังได้รับความสนใจจากผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มองหาคุณภาพและความแปลกใหม่
  • ชานมไข่มุกและชา: ธุรกิจชานมไข่มุกยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องและกลายเป็นเครื่องดื่มกระแสหลักของคนไทยยุคนี้ มีการประเมินว่าตลาดชานมไข่มุกในไทยเติบโตเฉลี่ยราว 7% ต่อปี โดยในปี 2566 มีมูลค่าประมาณ 100,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นไปอีกในอนาคตตามความต้องการของกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่นและวัยทำงาน แม้ว่าจะมีร้านชาไข่มุกจำนวนมากในตลาด (ทั้งแบรนด์แฟรนไชส์ใหญ่และร้านรายย่อย) ทำให้การแข่งขันสูง แต่เครื่องดื่มชนิดนี้ก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนไทย หลายแบรนด์พยายามสร้างจุดขายใหม่ ๆ เช่น ชานมสูตรไข่มุกเพื่อสุขภาพ (ลดน้ำตาล ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ) เพื่อตอบโจทย์เทรนด์รักสุขภาพ (ดูเพิ่มเติมในส่วนเทรนด์สุขภาพด้านล่าง)
  • เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและฟังก์ชันนัล: กระแสรักสุขภาพที่ยังแรงดีไม่มีตกหลังยุคโควิดส่งผลให้ เครื่องดื่มสุขภาพระดับพรีเมียม เป็นเซ็กเมนต์ที่เติบโตโดดเด่น ผู้บริโภคมองหาเครื่องดื่มที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น น้ำผักผลไม้สกัดเย็น สมูทตี้โปรตีน เครื่องดื่มวิตามินเสริม เป็นต้น กลุ่มนี้แม้ตลาดยังเล็กกว่าเครื่องดื่มกระแสหลัก แต่มีการขยายตัวสูง หลายแบรนด์ออกเมนูใหม่เอาใจสายเฮลท์ตี้ ไม่ว่าจะเป็นกาแฟทางเลือก (เช่นใส่คอลลาเจนหรือสมุนไพร) น้ำผลไม้ผสมวิตามิน หรือชาออร์แกนิกไร้น้ำตาล ซึ่งได้รับการตอบรับดี

เทรนด์ Functional Drinks เช่น เครื่องดื่มเพิ่มความสดชื่นที่เสริมวิตามิน/เกลือแร่ (Hydration drinks) ก็ได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่รักสุขภาพเช่นกัน

 

ตลาดธุรกิจร้านเครื่องดื่มปี 2025 ยังคงเติบโตได้เล็กน้อย จากแรงหนุนการขยายสาขาของผู้เล่นทั้งรายใหญ่และรายเล็ก รวมถึงการเข้ามาของแบรนด์เครื่องดื่มจากต่างประเทศที่สร้างสีสันใหม่ให้ตลาด กลุ่มเบเกอรี่และไอศกรีมที่ขายควบคู่เครื่องดื่มก็เติบโตดี ช่วยเพิ่มมูลค่าตลาดโดยรวม

ผู้ประกอบการต้องเผชิญ โจทย์ท้าทาย ทั้งด้านต้นทุนที่สูงและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

ทำให้การรักษากำไรในธุรกิจนี้ทำได้ยากขึ้น จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ให้รัดกุมยิ่งขึ้น

 

ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจค้าปลีก และ แฟรนไชส์

ติดต่อบรรยายได้ที่

บริษัท บิสิเนส โค้ช แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด
เลขที่ 872/10 หมู่บ้านเดอะริชเอกชัย ถนนเอกชัย
แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน กรุงเทพฯ 10150

099-615-2647 / 02-450-1335

contact@coachandconsulting.com